ราชาเฟอร์รี่ขยายธุรกิจจัดแพ็กเกจครบวงจร

ราชาเฟอร์รี่ขยายธุรกิจเดินรถเพิ่ม จัดแพ็กเกจบริการครบวงจร ตั้งเป้าปีนีฟันกำไรเพิ่ม30% ลุยศึกษาเดินเรือเส้นทางใหม่  นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด(มหาชน) หรือRP เปิดเผยว่า การให้บริการเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากของบริษัทฯ ได้รับกระแสตอบรับดี โดยเฉพาะเส้นทางไปเกาะพะงัน ที่มียอดจองเต็ม 100% เนื่องจากนักท่องเที่ยวนิยมไปงานฟลูมูน 

ซึ่งแต่ละเดือนมีนักท่องเที่ยวใช้บริการมากถึง40,000-60,000 คน และในปีนี้มีแผนที่จะเพิ่มการให้บริการเรือเฟอร์รี่ข้ามฟากในเส้นทาง เกาะพะงัน-เกาะเต่า และเกาะพงัน-เกาะพะลวย ซึ่งเกาะพะลวยจะต้องทำการก่อสร้างท่าเทียบเรือ โดยได้เตรียมขออนุมัติจากกรมเจ้าท่าเพื่อดำเนินการแล้วในวงเงินประมาณ 20 ล้านบาท พร้อมจัดงบฯอีก200ล้านบาท เพื่อซื้อเรือเฟอร์รี่เพิ่มอีก 2 ลำ จากที่มีอยู่ 14 ลำ จะทำให้รวมเป็น16ลำ ทั้งนี้ภาพรวมรายได้และกำไรของบริษัทดีขึ้นทุกปี และในปีนี้บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มกำไร ให้ได้5-10% นายอภิขาติ กล่าวต่อว่า บริษัทฯยังได้ขยายการดำเนินธุรกิจเพิ่ม โดยจัดบริการรถโดยสารแบบไม่ประจำทางเชื่อมต่อเรือเฟอร์รี่แบบครบวงจร รูปแบบ One top service ภายใต้การดำเนินงานของบริษัทลูก RP Transport ที่บริษัทฯถือหุ้น 99.99%  โดยจัดเป็นแพ็คเกจไป-กลับ เส้นทางกรุงเทพ-เกาะสมุย-เกาะพะงัน-เกาะเต่า ซึ่งมีรถให้บริการ 2 คัน และมีแผนจะเพิ่มรถอีก 4 คัน ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการด้านขนส่งเพื่อเข้ามาร่วมลงทุนร่วมในการจัดหารถคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ทั้งนี้ในอนาคตยังมีแผนจัดบริการรถโดยสารเชื่อมต่ออีกเส้นทาง 3 เส้นได้แก่ กรุงเทพ-มะริด (พม่า) ,กรุงเทพ-เสียมเรียบ (กัมพูชา)และกรุงเทพ-เชียงใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองให้บริการในเส้นทางกรุงเทพ-เสียมเรียบแล้ว ส่วนเส้นทางกรุงเทพ-มะริดจะเปิดทดลองบริการในเร็วๆนึ้
 
ด้านแหล่งข่าวจากราชาเฟอร์รี่เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนขยายกิจการไปยังพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ ในแถบฝั่งทะเลอันดามันจ.กระบี่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือและศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดเส้นทางเดินเรือกระบี่ เพื่อเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ นอกจากนี้ยังศึกษาความเป็นไปในการเปิดเส้นทางเดินเรือในพื้นที่จ.ชลบุรี เส้นทางพัทยา-เกาะล้าน ด้วย ขณะที่เส้นทางเดินเรือเชื่อมต่อพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) กับพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก ตามนโยบายกระทรวงคมนาคมพบว่าเส้นทางช่วงพัทยา-หัวหิน-ปราณบุรี มีศักยภาพในการขนส่ง เพราะสามารถลดเวลาได้ดีกว่าทางบก โดยเฉพาะการเชื่อมเส้นทางต่อเนื่องปราณบุรี-ท่าเรือดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี-เกาะสมุย-เกาะพงัน ซึ่งบริษัทฯยังไม่ได้ทำการศึกษา แต่ในอนาคตก็มีความเป็นไปได้ที่จะศึกษาเส้นทางนี้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews