ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนยังสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนเดือนพฤศจิกายนสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อยู่ที่ระดับ 165.77 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.93

นายสันติ กีระนันทน์ ผู้แทน สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนอีก 3 เดือนข้างหน้า ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนเดือนพฤศจิกายนยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยอยู่ที่ 165.77 ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.93 จากดัชนีเดือนที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 162.63 โดยดัชนีฯ อยู่ในเกณฑ์ที่ร้อนแรงอย่างมาก หรือ Very Bullish โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 3.5-3.8 จากการส่งออกที่กระทรวงพาณชย์ปรับเป้าส่งออกปี้นี้ขยายตัวร้อยละ 8 ส่วนการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คาดว่ารายได้จะเติบโตร้อยละ 7 ส่วนปัจจัย คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สำหรับหุ้นหมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ การท่องเที่ยวและสันทนาการ ขณะที่หมวดที่ไม่น่าลงทุนมากที่สุด คือ กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ รองลงมา คือ หมวดเหมืองแร่ และหมวดแฟชั่น
นางอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวถึงผลสำรวจดัชนีคาดการณ์อัตราดอกเบี้ย ว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ คาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ร้อยละ 1.50 โดยมีเหตุผลจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ เศรษฐกิจในประเทศปรับตัวดีขึ้น และอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลาดการเงินโลก ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี และ 10 ปี มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากอุปสงค์และอุปทานจากตลาดตราสารหนี้ รวมถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจและแนวโน้มธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
นายสมประวิณ มันประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ใหญ่สายงานวิจัย ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2561 จะขยายตัวร้อยละ 3.7 ส่วนปีนี้ขยายตัวร้อยละ 3.8 และคาดว่าการประชุม กนง.จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายเพื่อเอื้อต่อการลงทุน โดยเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวสะท้อนจากตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจแต่ละไตรมาสที่เกินร้อยละ 3 รวมถึงการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น และเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าที่เริ่มฟื้นตัว ประกอบกับการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ แต่ประเทศไทยยังมีปัญหาระยะยาว คือ ปัญหาเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ
นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ตลาดทุนไทยยังมีศักยภาพและเหมาะต่อการลงทุน เพราะนักลงทุนยังได้อัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจ ส่วนเม็ดเงินต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทย แบ่งเป็นในตราสารหนี้ร้อยละ 7 หรือประมาณ 800,000 ล้านบาท จากมูลค่าทั้งหมด 11 ล้านล้านบาท และลงทุนพันธบัตรรัฐบาลไทยคิดเป็นร้อยละ 10 ขณะที่นักลงทุนต่างชาติลงทุนในพันธบัตรต่างประเทศร้อยละ 35-40 หากเกิดการเคลื่อนย้ายเงินทุนจะกระทบหนักมากกว่าไทย สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวดีกว่าปีนี้ จาก 7 ปัจจัย คือ การส่งออกดีต่อเนื่อง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชนที่จะเกิดตามมา การบริโภคภายในประเทศ ราคาน้ำมันโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น เอ็นพีแอลปรับตัวลดลง และการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง. – สำนักข่าวไทย