ญี่ปุ่นกับของใช้แล้วทิ้ง

คอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” โดย “ซาระซัง”

สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านที่รักทุกท่าน ที่ผ่านมาฉันเคยเล่าถึงการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมของคนญี่ปุ่น ความพยายามในการคัดแยกขยะให้หลากหลายที่สุด เพื่อที่จะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือกำจัดได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งการประหยัดไฟฟ้าเพื่อลดโลกร้อน แต่ในทางกลับกันญี่ปุ่นก็มีการสืบทอดวัฒนธรรมบางอย่างมาแต่ดั้งเดิมที่ปัจจุบันกลายมาเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง รวมทั้งมีวัฒนธรรมรักสะอาดที่ทำให้เกิดความนิยมของใช้ประจำวันแบบใช้แล้วทิ้งด้วยเช่นกัน

นอกจากการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ ใช้ของบางอย่างซ้ำ และลดการใช้ถุงพลาสติกอย่างที่เคยเล่าไปแล้วในบทความ “ทำไมประเทศญี่ปุ่นถึงสะอาดนัก” ในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นก็ยังมีการพกกล่องข้าวของตัวเองไปจากบ้านทั้งเด็กนักเรียนและผู้ใหญ่วัยทำงาน มีกระติกน้ำสำหรับพกพา มีตะเกียบพกพา มีถุงผ้าจ่ายกับข้าวสำหรับพกพา ซึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะได้ใช้ของที่มีอยู่ซ้ำ

แต่ในทางตรงกันข้ามก็จะเห็นว่ายังมีการใช้ถุงพลาสติกตามร้านสะดวกซื้ออยู่มาก เรื่องถุงพลาสติกนี้ เพื่อนฉันเล่าให้ฟังว่าประเทศพัฒนาแล้วหลายแห่งไม่ให้ถุงแล้วไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อ ถ้าจะเอาถุงพลาสติกก็ต้องซื้อเท่านั้น สำหรับญี่ปุ่นก็มีซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งมากขึ้นที่ไม่ให้ถุงพลาสติกฟรีอีกต่อไป ส่วนร้านสะดวกซื้อพนักงานบางคนก็จะถามก่อนว่าจะเอาถุงไหม จะเอาหลอดไหม เอาช้อนพลาสติกไหม และก็มีลูกค้าหลายคนที่บอกว่าไม่ต้องใส่ถุงนะ แปะแค่สก็อตเทปที่มีโลโก้ร้านก็พอ (ให้รู้ว่าจ่ายเงินแล้ว) หลาย ๆ ครั้งเวลาเราปฏิเสธถุงพลาสติกเขาก็จะกล่าวขอบคุณในเชิงเกรงอกเกรงใจ เข้าใจว่านัยหนึ่งคงจะขอบคุณที่ช่วยประหยัดถุง อีกนัยหนึ่งคือขออภัยที่ไม่ได้บริการให้ถึงที่สุด (ด้วยการใส่ถุงให้เรียบร้อยก่อนยื่นให้ลูกค้า)
ถ้าเป็นบ้านเราถุงพลาสติกจากซูเปอร์มาร์เก็ตหรือจากร้านค้ายังอาจนำมาใช้เป็นถุงขยะได้ แต่ที่ญี่ปุ่นไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เพราะหลายเขต/จังหวัดระบุว่าต้องใช้เป็นถุงขยะใสโดยเฉพาะเท่านั้น จะขนาดกี่สิบลิตรก็ว่าไป เพราะฉะนั้นหนทางในการเอาถุงพลาสติกมาใช้ซ้ำก็น้อยลง

อย่างไรก็ดี ระยะหลังมานี้มีหน่วยงานรัฐบางท้องที่ในญี่ปุ่นที่ร่วมมือกับซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ โดยถุงจากร้านค้าเหล่านี้จะระบุไว้เลยว่าท้องที่นั้นอนุญาตให้ใช้ถุงนั้นเป็นถุงขยะได้ ที่ที่ฉันอยู่ในอเมริกานั้นก็สามารถใช้ถุงจากร้านค้าเป็นถุงขยะได้เหมือนที่เมืองไทย แต่ถุงจากซูเปอร์มาร์เก็ตที่ได้มาก็มีจำนวนมากมายก่ายกองเกินกว่าจะใช้เป็นถุงขยะได้ทัน เดี๋ยวนี้เราเลยพกถุงไปใส่เอง พอเห็นว่ามันทำให้เรางดการใช้ถุงพลาสติกเกินความจำเป็นไปได้หลายใบในแต่ละครั้ง ก็เลยยิ่งมีกำลังใจพกถุงไปจ่ายกับข้าวเสมอ ยิ่งได้ทราบว่าถุงและขยะพลาสติกทำร้ายสัตว์ทะเลมากขนาดไหน และยังมีการคาดการณ์ว่าในอีก 30 ปีข้างหน้าขยะพลาสติกในทะเลจะมีปริมาณมากกว่าปลา (ถ้าสนใจลองอ่านจากลิงค์ท้ายบทความนี้ได้ค่ะ) เลยยิ่งรู้สึกว่าต้องใช้พลาสติกให้น้อยที่สุด

นึกขึ้นมาได้ว่าครั้งหนึ่งที่บ้านเราฮิต “ถุงลดโลกร้อน” ก็มีคนเอาถุงผ้ามาขายกันเต็มไปหมด ฉันเคยเห็นคนเดินผ่านร้านขายข้างทางที่แปะป้ายว่า “ถุงลดโลกร้อน” เขาทำหน้าไม่เชื่อพลางเปรยว่า “ถุงผ้านี่มันจะไปลดโลกร้อนได้ยังไง” เห็นทีเราคงต้องรณรงค์กันให้เข้าใจก่อนว่าลำพังถุงเองมันลดโลกร้อนไม่ได้ แต่ต้องงดรับถุงพลาสติกจากร้านค้าแล้วเอาถุงลดโลกร้อนที่เขาขายหรือถุงอื่นที่ใช้ซ้ำได้บ่อย ๆ มาใส่ของแทนถุงพลาสติกเหล่านั้น
เพื่อนผู้อ่านที่รักคงเคยจับจ่ายซื้อขนมมาจากญี่ปุ่นหรือเป็นฝ่ายได้รับเองบ้างไม่มากก็น้อย คงทราบดีว่าขนมห่อหนึ่ง ๆ มีการบรรจุภัณฑ์แยกชิ้นภายในอีก และถ้าเป็นขนมสำหรับซื้อฝาก หรือขนมทำใหม่ ๆ ของร้านโดยเฉพาะก็ต้องใส่กล่องแล้วห่ออย่างประณีตบรรจงเหมือนห่อของขวัญอีกชั้นหนึ่ง วัฒนธรรมเรื่องการห่อของในญี่ปุ่นนั้นมีมานาน สมัยก่อนเขาจะใช้ผ้าห่อของแทน เดี๋ยวนี้คงเพราะมีกระดาษให้ใช้ ใช้ง่าย สะดวกกว่า ความนิยมกระดาษจึงเข้ามาแทนที่ผ้าเหล่านั้นไป แต่บรรจุภัณฑ์ขนมทั้งพลาสติกและกระดาษเหล่านี้จะเอามาใช้ซ้ำก็ไม่ได้ กลายเป็นของใช้แล้วทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย

ที่เกียวโตมีกลุ่มที่เขาจัดประกวดไอเดียการห่อขนมของฝากที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดโดยที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นเกียวโตอยู่ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อลดขยะ ลดการใช้กระดาษและพลาสติกลง และสร้างจิตสำนึกเรื่องการห่อของกับสิ่งแวดล้อม ฉันว่าเป็นไอเดียที่เข้าท่าและสร้างสรรค์มากเลย ถ้าไอเดียนี้ได้ผลและมีการต่อยอดไปปรับใช้ทั่วประเทศก็คงจะดี

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์